Life · 17/08/2019

HUAWEI FreeLace หูฟังที่รอคอย

ก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่ชอบหูฟังบลูทูธที่มีสายคล้องคอเลยฮะ เลยไปนั่งเปิดเว็บไซต์หาหูฟังที่เป็นแบบทรูไวเลสกับพี่ที่ทำงาน จนไปเจอในเว็บระดมทุน Indiegogo แบรนด์ ERL ช่วงนั้นจัดโปรโมชั่น 3 อัน ในราคา 45$ ก็เลยสั่งกันมาใช้งาน สองปีได้ละที่ผม(ทน)ใช้งานมา จนวันนึงแบตมันไม่ใช้งานได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง เลยตัดสินใจจะหาหูฟังข้างกายซักอันนึง(แต่คนข้างใจยังไม่มี) ก็เลยตั้งสเปคไว้ว่า คราวนี้จะเอาเป็นแบบสายคล้องคอเพราะแบตมันจะอยู่ได้ยาวนานกว่าพวกทรูไวเลส แล้วก็เก็บง่ายตอนไปวิ่งเนื่องจากตอนออกไปวิ่งนั้นจะไม่พกเคสออกไปด้วยแน่นอนเพราะมันค่อนข้างใหญ่ ใช้เสร็จก็ใส่กระเป๋ากางเกง ควักเงินทีก็จะตกที เลยเป็นปัญหาที่ผมจะต้องซื้อหูฟังใหม่

HUAWEI FreeLace

เนี่ยแหละคือคำตอบ ด้วยราคา กับ ecosystem ของ Huawei ที่ผมใช้อยู่

หลักๆ เลย ใช้งานได้นานถึง 18 ชั่วโมง กรณีที่เปิดระดับเสียงที่ 50% (ผ่านการทดสอบจาก Huawei Lab) แต่แน่นอนผมไม่ได้คาดหวังตรงนั้นเอาเข้าจริงๆ เกิน 10 ชั่วโมง ผมก็โอเคแล้ว แถมหูฟังยังเป็นแม่เหล็กให้อีกด้วยเมื่อเราไม่ได้ใช้งานแล้วคล้องไว้ที่คอ หูฟังจะทำการตัดเชื่อมต่อบลูทูธให้เองอัตโนมัติ แต่ถ้าแยกตัวหูฟังออกจากกันเมื่อไหร่ระบบบลูทูธจะเริ่มทำการเชื่อมต่อให้เองด้วยเช่นกันและก็กดเล่นเพลงได้เลย

หลังจากเปิดกล่อง

จะพบกับหูฟังที่แพคใส่ลงมาในกล่องอย่างดี

Huawei FreeLace ถูกใส่มาในกล่องด้านบนเพียงลำพังเลยฮะ(คงจะเหงาน่าดู) ด้านล่างของกล่องจะมีให้ดึงขึ้นอีกชั้นนึงจะเป็นพวก คู่มือการใช้งาน อุปกรณ์ต่อชาร์จ แล้วก็​แถมจุกยางปรับไซส์หูฟังแต่ละขนาดมาให้ด้วย แต่เหมือนมันจะมีอยู่คู่นึงที่มีรูๆ รอบตัวยางด้วยฮะไม่รู้แตกต่างกับตัวอื่นๆ ยังไง

In Ear Rubber Size

หากเพื่อนๆ หลายคนที่ยังไม่เคยใช้งานหูฟังสไตล์บลูทูธมาก่อน ผมอยากจะบอกว่าบางครั้ง หรือบางสถานที่เนี่ยที่สัญญาณการใช้งานอาจจะมีหลุดหรือกระตุกบ้างเช่น รถไฟฟ้า BTS, MRT (ตอนนั้นใช้งานกับพวกทรูไวเลส) ก็ไม่ต้องเซงนะฮะ ซึ่งมันไม่ได้เป็นทุกครั้งที่ใช้งาน

ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่เคยสัมผัสหรือใช้งานหูฟังสไตล์บลูทูธมาก่อนแล้ว ถ้าจะย้ายจาก ทรูไวเลส หรือ ฟลูไซส์ หรือบลาๆ มาเป็นอินเอียแบบคล้องคอผมแนะนำตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะฮะ

Huawei FreeLace มากับ Port การเชื่อมต่อ Type-C

หลังๆ มานี้อะไรต่างๆ ที่เป็น Micro usb จะถูกเปลี่ยนผ่านมาเป็น Type-C ซะส่วนใหญ่เลยทำให้เวลาที่จะซื้อของอะไรพวกนี้ผมจะดูว่าเป็น Type-C หรือป่าว ส่วนตัวจะชอบซื้ออะไรเผื่อไว้ก่อน ดีกว่าอนาคตจะต้องมาซื้อใหม่เสียดายเงินนนนนน ถ้าเพื่อนๆ ใช้งานโทรศัพท์ที่เป็น Type-C อยู่แล้วละก็สามารถเสียบชาร์จจากโทรศัพท์ได้เลย ผมก็เลยยังไม่ได้แกะ

เวลาชาร์จจะมีไฟบอกสถานะ กระพริบคือกำลังชาร์จ ค้างคือชาร์จเสร็จแล้ว

Huawei กับการเชื่อมต่อที่ง่ายมากกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)

ปกติหูฟังบลูทูธจะต้องทำการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธช้ะ(เออมันก็ปกติ)​ แต่ทีเนี๊ยถ้าเพื่อนๆใช้โทรศัพท์ที่เป็น Huawei Smart Phone อยู่แล้ว แล้วเป็น Type-C ด้วยนะ เพื่อนๆ สามารถเอาตัวหูฟังมาเสียบกับโทรศัพท์ได้เลย ตัวระบบของ Huawei จะจับคู่ให้เองว่าเป็นหูฟังของ Huawei ตัวไหนแบบภาพด้านล่างเนี่ย

แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ใช้ Huawei Smart Phone อยู่ก็อาจจะต้องใช้การเชื่อมต่อแบบเดิมนะฮะ

กด Connect สิครับ รออัลไล

หลังจากกด Connect ไปแล้ว หน้าจอจะแสดงว่าเชื่อมต่อกับ Huawei FreeLace พร้อมทั้งบอกเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่เจ้าตัว Huawei FreeLace ด้วยฮะ

Connected WIth Battery Percent

แท่ง ทั้ง 2 ข้างมันทำอะไรได้บ้างเนี่ย

ขวา – จะเป็นตัวควบคุม เปิด-ปิด, เพิ่มเสียง-ลดเสียง และก็สามารถใช้งาน Siri, Google Assistant ได้ โดยการกดปุ่มตรงกลางระหว่างเพิ่มเสียง ลดเสียง ค้างไว้ 3 วิ
ซ้าย – ด้านนี้จะไม่มีปุ่มอะไรเลยฮะ คิดว่าน่าจะมีแค่แท่งแบตอยู่ข้างในฮะ

ตอนแรกนึกว่าสายคล้องคอจะทำให้รำคาญ

ตอนแรกเข้าใจแบบนั้นฮะ กลัวนั่น กลัวนี่ กลัวซื้อมาแล้วใช้งานไม่คุ้ม พอลองใช้งานจริงเท่านั้นแหละ แทบไม่มีอาการแพ้อะไรเลย ใส่คล้องคอไปไหนมาไหนได้ทั้งวันอะพูดเลออออ

ก็เลยลองเอาไปใส่วิ่งฮะ

บอกตรงๆ ใส่วิ่งตอนแรกนั้นรำคาญมาก เพราะสายมันกระเด้งๆ ตีที่หัวไหล่ แต่พอวิ่งไปได้ซักระยะเริ่มจับทางได้ละ คือปกติจะต้องวิ่งมองตรงไปข้างหน้า แต่วันที่ผมไปเทสนั้นผมดันวิ่งแล้วมองซ้ายขวา(มองสาว)เยอะไปหน่อย มันเลยทำให้สายตึงหนึ่งข้างแล้วให้เวลาที่วิ่งนั้นมันเด้งๆ ตีที่หัวไหล่

โทนเสียงเป็นยังไง ?

จากส่วนตัวที่ผมฟัง เบสค่อยข้างโอเคเลยนะกับราคานี้

ถึงแม้รีวิวจะสั้น แต่บอกเลยว่าคุ้มมากกกก

กับการเอาไปใช้งานในชีวิตประจำวัน